เขาพระใหญ่
.jpg)
เป็นที่รู้จักกันในนาม เขาพัทยา เพียง 8-10 นาทีจากหมู่บ้านวิวพอยท์ ซึ่งขึ้นอยู่กับความหนาแน่นของการจราจร
มุ่งหน้าไปทางพัทยา สู่ทางขึ้นเขา จากจอมเทียนคุณจะพบสัญญาณไฟจราจร และเลี้ยวซ้าย ประมาณ 1 กิโลเมตร คุณจะพบกับพระพุทธรูปขนาดใหญ่ทางด้านขวามือ และทางซ้ายจะเป็นเขาพัทยา ซึ่งเป็นที่ตั้งของสถานีวิทยุพัทยาและอนุสาวรีย์สมเด็จกรมหลวงชุมพร เขตอุดมศักดิ์
คุณจะพบองค์พระขนาดใหญ่สีทอง มีความสูงถึง 300 ฟุต ตั้งอยู่เหนือชายฝั่งจอมเทียนและพัทยา
ความเป็นมาเมืองพัทยา
เมื่อ 40 ปีที่แล้ว พัทยาเป็นเพียงหมู่บ้านเล็กๆ ที่มีกระท่อมกระจัดกระจายอยู่ตามชายหาดของทั้งพัทยาและจอมเทียน และจากเงินทุนของนักธุรกิจมั่งคั่งคู่นึงและเงินสมทบจากชุมชน พระพุทธรูปขนาดใหญ่จึงถูกสร้างขึ้นด้วยมือ ซึ่งใช้เวลามากกว่า 1 ปีจึงสำเร็จ ก่อสร้างภายนอกด้วยคอนกรีตหลายตัน แกนและโครงสร้างทำด้วยไม้
แต่เดิมพระพุทธรูปเป็นสีขาว ต่อมาได้ลงทอง เพื่อให้ดูโดดเด่นในระยะไกล
พระพุทธรูปขนาดใหญ่ถูกห้องล้อมด้วยพระพุทธรูปประจำวันปางต่างๆ
ซึ่งในวันต่างๆที่คุณเกิดจะมีพระพุทธรูปประจำวันปกป้องคุณซึ่งมีชื่อเรียกตามวันนั้นๆ
พระพุทธรูปประจำวัน
แค่เพียงชื่อของพระพุทธรูปที่เกิดในวันเดียวกันกับคุณ จะนำคุณไปสู่ความโชคดี
.jpg)
- พระประจำวันจันทร์ - สันติภาพ
- พระประจำวันอังคาร - ช่วยให้คุณหลับสบาย
- พระประจำวันพุธ - เป็นผู้ให้
- พระประจำวันพฤหัสบดี - ช่วยให้คุณมีจิตใจโอบอ้อมอารี
- พระประจำวันศุกร์ - ช่วยให้คุณมีความสุข
- พระประจำวันเสาร์ - ปกป้องคุณจากภยันตราย
- พระประจำวันอาทิตย์ - ปกป้องดูแลคุณ
ขณะที่คุณขึ้นบันไดไปด้านบนสุด เลี้ยวขวา คุณจะพบวัดเล็กๆ อันน่ามหัศจรรย์ ก่อนที่คุณจะเข้าไปภายใน จะมีกล่องทำบุญเล็กๆเพื่อให้คุณบริจาคเงินเล็กๆน้อยๆสำหรับพระสงฆ์และดอกไม้ ธูปเทียน และกรุณาถอดรองเท้าเพื่อเข้าไปด้านใน
อธิษฐานซักเล็กน้อย และวางดอกไม้ลงที่ถาด ปักธูปเทียนที่แท่นบูชา และต่อด้วยการเสี่ยงเซียมซี
จะมีแผ่นไม้แท่งไม้ยาวๆ เบอร์ 1-28 ใส่อยู่ในกระบอกกลมๆ เขย่าจนมีอันใดอันหนึ่งตกลงมา เป็นอันว่าเสร็จสิ้น
เมื่อคุณได้ตัวเลขบนแท่งไม้นั้น จงไปอ่านที่กระดานด้านหลังคุณ - นั่นจะเป็นดวงชะตาของคุณ
เดินทางออกจากเขาพระใหญ่ ลงไปตามเนินเขา ข้ามไปอีกฝั่งของถนนทางด้านขวา เพื่อขึ้นไปด้านบนของเขาพัทยา ที่นั่นเป็นที่ที่วิวสวยจนน่าอัศจรรย์มากทั้งกลางวันและกลางคืน
ที่นี่คือศูนย์วิทยุพัทยา และวัดเล็กๆและแท่นบูชาพลเรือเอกกรมหลวงชุมพรเขตอุดมศักดิ์ จึงมั่นใจได้ว่านี่เป็นจุดสูงสุดของจอมเทียน
.jpg)
พลเรือเอกพระเจ้าบรมวงศ์เธอกรมหลวงชุมพรเขตอุดมศักดิ์
พลเรือเอกกรมหลวงชุมพร เขตอุดมศักดิ์ หรือเจ้าชายแห่งชุมพร เดิมพลเรือเอกพระเจ้าบรมวงศ์เธอ พระองค์เจ้าอาภาเกียรติวงศ์ กรมหลวงชุมพรเขตอุดมศักดิ์ ในสมัยของพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 5 เป็นที่รู้จักดีสำหรับการสนับสนุนที่ดีของพระองค์ในการพัฒนากองทัพเรือไทย
สมเด็จเจ้าฟ้ากรมกลวงชุมพรเขตอุดมศักดิ์ เกิดเมื่อวันที่ 19 ธันวาคม 1880 ในพระบรมมหาราชวัง -- เด็ก 28 ของพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้า นับลำดับราชสกุลวงศ์เป็นองค์ที่ 28 กับทรงเป็นพระเจ้าลูกยาเธอ พระองค์ที่ 1 ในเจ้าจอมมารดาโหมด ธิดาเจ้าพระยาสุรวงศ์ไวยวัฒน์ หรือ “เจ้าคุณทหาร” (วร บุนนาค) สมุหพระกลาโหมในรัชกาลที่ 5
สมเด็จเจ้าฟ้ากรมหลวงชุมพรเขตอุดมศักดิ์ เป็นนาวิกโยธินที่มีทักษะความสามารถในการเดินเรือเป็นอย่างสูงและเห็นได้อย่างชัดแจ้งทุกประการ ในระหว่างการเสด็จประพาสยุโรปของในพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 5
สมเด็จเจ้าฟ้าได้เป็นหางเสือของเรือหลวง จากซีลอนไปยุโรป และกลับมาประเทศไทยโดยประสบความสำเร็จในปี ค.ศ. 1920 ช่วงเวลานั้นที่เขาได้รับการยอมรับว่าเป็นเจ้าหน้าที่ไทยคนแรกที่ประสบความสำเร็จในการฝึกอบรมนักเรียนนายเรือในน่านน้ำต่างประเทศ
สมเด็จเจ้าฟ้ากรมหลวงชุมพรเขตอุดมศักดิ์ เสนอวิธีการเพื่อพัฒนา และสร้างเสริมขีดความสามารถของกองทัพเรือไทย เพื่อที่จะทำให้ทัดเทียมนานาประเทศ
ผลของความก้าวหน้าคือ การตั้งกระทรวงทหารเรือขึ้นในปี 1887 เพื่อดูแลการขยายของกิจการทหารเรือ
ต่อมาพระองค์ได้เป็นรัฐมนตรีว่าการกระทรวงทหารเรือ
ด้วยความเสียสละและอุทิศตนให้กับกองทัพเรือในตลอดระยะเวลาที่ผ่านมา ในอดีตตั้งแต่วัย 13 ปี พระองค์ไปถูกส่งไปศึกษาต่อ ณ ประเทศอังกฤษ ซึ่งเป็นครั้งแรกที่พระราชวงศ์ไทยได้เป็นนักเรียนนายร้อยในราชกิจจานุเบกษา พระองค์ได้ใช้เวลาฝึกอบรมอยู่ในกองทัพเรืออังกฤษเป็นเวลา 6 ปี ก่อนที่จะกลับมาประเทศไทย
วันที่ 13 มิถุนายน 1900 พระองค์ได้รับการเลื่อนยศเป็นพลโท และได้เป็นผู้บังคับบัญชากองเรือสยาม
สมเด็จเจ้าฟ้ากรมหลวงชุมพรเขตอุดมศักดิ์ เป็นครั้งแรกที่พระราชวงศ์ไทยที่ได้ทำงานร่วมกับกองทัพเรือไทย ในตำแหน่งเจ้าหน้าที่ทหารเรือไทย ซึ่งพระองค์ได้พัฒนาและจัดการให้เป็นไปในแนวทางตามรูปแบบกองทัพเรือตะวันตก
พระองค์สอนกลยุทธ์เกี่ยวกับกองทัพเรือและกลยุทธ์ของประเทศในแถบยุโรปให้เจ้าหน้าที่ทหารเรือไทย เพื่อฝึกอบรมทักษะการเพิ่มหลักของความสามารถในการเดินเรือ
นอกจากนี้พระองค์ยังก่อตั้งสถาบันวิทยาการทหารเรือไทยและโรงเรียนสำหรับวิศวกรทางทะเลขึ้น
พระองค์ได้รับเกียรติให้เป็น "พระบิดาแห่งกองทัพเรือไทย"